Sandbox Programme

Sandbox Programme

9 ส.ค. 2564

ปัจจุบัน พื้นที่นำร่องโครงการ Sandbox (หรือ Sandbox Programme) มีดังนี้ :

1. Phuket Sandbox

2. Phuket Sandbox Extension 7+7

3. Samui Plus

_______________________________________________________________________________________________________________

1. โครงการ Phuket Sandbox

1. อะไรคือโครงการ Phuket Sandbox?

  • เป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ครบทุกเข็มสามารถเดินทางเข้าภูเก็ตโดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุในหน้านี้

 

2. ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้

  • คนไทยและชาวต่างชาติ
  • ผู้เดินทางจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ที่ได้รับการรับรองโดย World Health Organization (WHO) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ครบทุกเข็มไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางจะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน EU Digital COVID Certificate ที่ออกโดยหน่วยราชการของประเทศต้นทาง
  • บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางร่วมกับผู้ปกครองสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีน
  • ผู้เดินทางจะต้องเดินทางมาจากประเทศ/พื้นที่นำร่อง (กำหนดโดยรัฐบาลไทย โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาด และจำนวนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีน) โดยในชั้นนี้ ผู้ที่พำนัก/เดินทางจาก European Union สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ โดยต้องพำนักที่ประเทศต้นทางอย่างน้อย 21 วันก่อนการเดินทาง 
  • ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ติดเชื้อ COVID-19 ในวงเงินขั้นต่ำอย่างน้อย 100,000 USD

 

3. เงื่อนไข

  • โรงแรมที่พัก
    • ต้องพักในโรงแรมหรือที่พักที่ผ่านมาตรฐาน "SHA+" อย่างน้อย 14 คืน ยกเว้นกรณีที่ผู้เดินทางมีหลักฐานเดินทางออกจากภูเก็ต (ไปยังอีกประเทศ) ก่อน 14 วัน 
    • เอกสารยืนยันการจองโรงแรมหรือที่พักมาตรฐาน "SHA+" ต้องเป็นเอกสารที่ออกโดยระบบ SHABA (SHA Plus Booking Authentication system) 
    • ต้องพักที่โรงแรมแห่งแรกอย่างน้อย 7 วัน ก่อนที่จะสามารถเปลี่ยนโรงแรมอื่นอีก 7 วันได้ (ภายในภูเก็ตเท่านั้น)
    • หลังจาก 14 คืนแล้ว ผู้เดินทางสามารถเดินทางภายในประเทศไทยได้ การเดินทางออกจากภูเก็ตก่อน 14 วันสำหรับกรณีเดินทางออกนอกประเทศไทยเท่านั้น 
  • ตรวจ COVID-19 
    • ผู้เดินทางต้องแสดงผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง
    • เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้เดินทางจะต้องตรวจ COVID-19 รวม 3 ครั้ง 
      • ครั้งที่ 1 คือ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย
      • ครั้งที่ 2 คือ วันที่ 6 หรือ 7
      • ครั้งที่ 3 คือ วันที่ 12 หรือ 13
  • การใช้ Application มือถือติดตามการเดินทาง
    • ผู้เดินทางจะต้องดาวน์โหลด Application มือถือที่กำหนดโดยรัฐบาลไทย สำหรับการติดตามการเดินทางระหว่างที่พำนักในภูเก็ต 14 วัน 

 

4. วิธีการลงทะเบียนขอ Certificate of Entry (COE)

  • ลงทะเบียนขอ COE ที่ https://coethailand.mfa.go.th อย่างน้อย 15 วันทำการ โดยต้องอัพโหลด EU Digital COVID Certificate อย่างน้อย 15 วันทำการ ก่อนวันเดินทาง โดยระบบจะออกรหัส 6 หลักให้แก่ท่านสำหรับการติดตามหนังสือรับรอง
  • กรมควบคุมโรคจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ดังนั้น ผู้เดินทางต้องแสดง EU Digital COVID Certificate ในส่วนที่มีข้อมูลส่วนตัวและ QR Code ที่ชัดเจน
  • เมื่อได้รับการอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบ COE Thailand จะส่งอีเมล แจ้งว่าท่านได้ลงทะเบียนขอหนังสือรับรองในเบื้องต้นแล้ว
  • ผู้เดินทางดำเนินการติดต่อโรงแรมมาตรฐาน SHA+ โดยโรงแรมจะต้องออกเอกสารยืนยันการจองผ่านระบบ SHABA (หรือ SHABA Certificate) และดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินที่ต้องเป็นเที่ยวบินที่ไม่มีการ transit ที่กรุงเทพฯ ผู้เดินทางต้องบินตรงจากประเทศนำร่องเท่านั้น
  • ยืนยันการเดินทางที่ https://coethailand.mfa.go.th (ปุ่มสีแดง) เพื่ออัพโหลดประกัน ตั๋วเครื่องบินและ SHABA Certificate
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ อนุมัติออก COE เมื่อตรวจสอบว่าเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่อนุมัติออก COE หากผู้เดินทางอัพโหลดหลักฐานการจองจากเว็บไซต์จองโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลไทย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2. PHUKET SANDBOX EXTENSION 7+7

1. อะไรคือโครงการ Phuket Sandbox Extension 7+7?

  • เป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ครบทุกเข็มสามารถเดินทางเข้าภูเก็ตโดยไม่ต้องกักตัวเป็นระยะเวลา 7 วันแรก และจังหวัดนำร่องอื่นๆ อีก 7 วันหลัง แต่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุในหน้านี้

 

2. ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้

  • คนไทยและชาวต่างชาติ
  • ผู้เดินทางจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ที่ได้รับการรับรองโดย World Health Organization (WHO) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ครบทุกเข็มไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางจะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน EU Digital COVID Certificate ที่ออกโดยหน่วยราชการของประเทศต้นทาง
  • บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางร่วมกับผู้ปกครองสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีน
  • ผู้เดินทางจะต้องเดินทางมาจากประเทศ/พื้นที่นำร่อง (กำหนดโดยรัฐบาลไทย โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาด และจำนวนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีน) โดยในชั้นนี้ ผู้ที่พำนัก/เดินทางจาก European Union สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ โดยต้องพำนักที่ประเทศต้นทางอย่างน้อย 21 วันก่อนการเดินทาง 
  • ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ติดเชื้อ COVID-19 ในวงเงินขั้นต่ำอย่างน้อย 100,000 USD

 

3. เงื่อนไข

  • โรงแรมที่พัก
    • 7 วันแรก : ต้องพักในโรงแรมหรือที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ ในภูเก็ต
    • 7 วันหลัง : องพักในโรงแรมหรือที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ หนึ่งในจังหวัดหรือพื้นที่นำร่อง โดยปัจจุบันมี 4 แห่งที่ท่านสามารถเลือกได้ ดังนี้ :
      • จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย หรือเกาะเต่า)
        • เดินทางจากภูเก็ตโดยเครื่องบิน (เส้นทางภูเก็ต - เกาะสมุย) เท่านั้นTravel from Phuket by plane (Phuket-Samui) only. ทั้งนี้ โปรดเช็คเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงเกี่ยวกับสถานะเที่ยวบิน
        • ผู้เดินทางสามารถพำนักในโรงแรมหรือที่พัก มากถึง 2 แห่งใน 3 พื้นที่ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า
        • สามารถเปลี่ยนโรงแรมระหว่าง 3 พื้นที่ข้างต้นได้
      • จังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง และหาดไร่เลย์)
        • เดินทางจากภูเก็ตทางเรือ (จากอ่าวปอหรือท่าเรือรัษฎา) เท่านั้น
        • ผู้เดินทางสามารถพำนักในโรงแรมหรือที่พัก มากถึง 2 แห่งใน 3 พื้นที่ ได้แก่ เกาะพีพี เกาะไหง และหาดไร่เลย์
        • สามารถเปลี่ยนโรงแรมระหว่าง 3 พื้นที่ข้างต้นได้
      • จังหวัดพังงา (เขาหลัก)
        • ดินทางจากภูเก็ตทางบกเท่านั้น
        • ผู้เดินทางสามารถพำนักในโรงแรมหรือที่พัก มากถึง 2 แห่งในเขาหลัก เท่านั้น
        • ไม่สามารถเดินทางไปเกาะหรือพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดพังงาได้
      • จังหวัดพังงา (เกาะยาวน้อย หรือเกาะยาวใหญ่)
        • เดินทางจากภูเก็ตทางเรือ (จากอ่าวปอ อ่าวปอแกรนด์มารีน่า หรือท่าเรือบางร่อง) เท่านั้น
        • ผู้เดินทางสามารถพำนักในโรงแรมหรือที่พัก มากถึง 2 แห่งภายในเกาะยาวน้อย หรือ เกาะยาวใหญ่ เท่านั้น 
        • สามารถเปลี่ยนโรงแรมภายในเกาะใดเกาะหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนข้ามเกาะได้
        • สามารถท่องเที่ยวแบบ Day Trip ระหว่างเกาะ 2 แห่งได้ 
    • ยืนยันการจองโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน "SHA+" 
      • สำหรับรายชื่อโรงแรมหรือที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ สามารถตรวจสอบได้ที่ https://www.thailandsha.com หรือ https://www.shathailand.com
      • ใบยืนยันการจองโรงแรมที่พักต้องผ่านระบบ SHABA system (SHA Plus Booking Authentication system) ที่มีรหัส SHABA ID เท่านั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่อนุมัติใบจองประเภทอื่นๆ สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ
      • ท่านสามารถจองโรงแรมมาตรฐาน for SHA+ ผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น จองผ่านโรงแรมโดยตรง หรือผ่านบริษัทตัวแทนหรือเว็บไซต์จองโรงแรมได้ ตราบใดที่โรงแรมสามารถออกใบยืนยันการจองจากระบบ SHABA ได้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่อนุมัติใบจองประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่ใบจองผ่านระบบ SHABA
    • ผู้เดินทางจะต้องรายงานตัวที่โรงแรมที่พักทุกคืน และไม่สามารถค้างคืนที่โรงแรมแห่งอื่นได้
  • ช่องทางคมนาคม
    • การเดินทางเข้าประเทศไทย
      • จะต้องเดินทางเข้าท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเท่านั้น
      • ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ ได้ 
    • การเดินทางจากท่าอากาศยานไปยังโรงแรม
      • ผู้เดินทางจะต้องเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตไปยังโรงแรมมาตรฐาน SHA+ ที่จองไว้ล่วงหน้าโดยรถยนต์ที่จัดโดยโรงแรมที่พักเท่านั้น
    • การเดินทางจากภูเก็ตไปยังสุราษฎร์ธานี กระบี่ หรือพังงา 
      • จะต้องแสดง "Transfer Form" และผลตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 ที่เป็นผลลบ
      • จะต้องมีช่องทางเดินทางตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น (ทางอากาศ ทางเรือ หรือทางบก)
    • การเดินทางออกจากประเทศไทย
      • หากผู้เดินทางพำนักในประเทศไทยน้อยกว่า 14 วัน จะต้องเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังอีกประเทศจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเท่านั้น
    • ผู้ที่พำนักในประเทศไทยภายใต้โครงการฯ อย่างน้อย 14 วัน สามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยได้ โดยต้องแสดงหลักฐานว่าได้พำนักในภูเก็ตแล้ว 14 วัน (Release Form) และมีผลตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง
  • การตรวจ COVID-19 RT-PCR 
    • ผู้เดินทางจะต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR ที่เป็นลบ อายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
    • ภายหลังการเดินทางเข้าประเทศไทย
      • ผู้เดินทางจะต้องตรวจ COVID-19 3 รอบ (ตรวจ 2 รอบที่ภูเก็ต และอีก 1 ครั้งที่พื้นที่ที่ท่านเลือกพักในอีก 7 วันหลัง) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจด้วยตนเอง 
      • จะมีการตรวจครั้งแรกที่ท่าอากาศยานเมื่อเดินทางถึงแล้ว ทั้งนี้ ผู้เดินทางจะสามารถออกนอกห้องพักได้เมื่อได้รับการยืนยันว่ามีผลลบภายหลังการตรวจรอบแรกแล้ว
      • การตรวจ RT-PCR รอบที่ 2 คือวันที่ 6 หรือวันที่ 7
    • ในการลงทะเบียนขอรับ COE ผู้เดินทางจะต้องอัพโหลด หลักฐานการชำระค่าตรวจ RT-PCR ล่วงหน้า  
    • หลักฐานการชำระล่วงหน้าสำหรับการตรวจ RT-PCR จะต้องเป็น
      • ใบเสร็จออกโดยโรงแรมหรือที่พักภายใต้มาตรฐาน SHA+ 
      • ใบเสร็จออกโดย Phuket Swab Appointment System (PSAS) ซึ่งเป็นระบบนัดวันและเวลาการตรวจ RT-PCR ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpsas.com 
  • การใช้ Application มือถือติดตามการเดินทาง
    • ผู้เดินทางจะต้องดาวน์โหลด Application มือถือที่กำหนดโดยรัฐบาลไทย สำหรับการติดตามการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศไทย 14 วัน

 

4. วิธีการลงทะเบียนขอ Certificate of Entry (COE)

  • ลงทะเบียนขอ COE ที่ https://coethailand.mfa.go.th อย่างน้อย 15 วันทำการ โดยต้องอัพโหลด EU Digital COVID Certificate อย่างน้อย 15 วันทำการ ก่อนวันเดินทาง โดยระบบจะออกรหัส 6 หลักให้แก่ท่านสำหรับการติดตามหนังสือรับรอง
  • กรมควบคุมโรคจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ดังนั้น ผู้เดินทางต้องแสดง EU Digital COVID Certificate ในส่วนที่มีข้อมูลส่วนตัวและ QR Code ที่ชัดเจน
  • เมื่อได้รับการอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบ COE Thailand จะส่งอีเมล แจ้งว่าท่านได้ลงทะเบียนขอหนังสือรับรองในเบื้องต้นแล้ว
  • ผู้เดินทางดำเนินการติดต่อโรงแรมมาตรฐาน SHA+ โดยโรงแรมจะต้องออกเอกสารยืนยันการจองผ่านระบบ SHABA (หรือ SHABA Certificate) และดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินที่ต้องเป็นเที่ยวบินที่ไม่มีการ transit ที่กรุงเทพฯ ผู้เดินทางต้องบินตรงจากประเทศนำร่องเท่านั้น
  • ยืนยันการเดินทางที่ https://coethailand.mfa.go.th (ปุ่มสีแดง) เพื่ออัพโหลดประกัน ตั๋วเครื่องบินและ SHABA Certificate
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ อนุมัติออก COE เมื่อตรวจสอบว่าเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่อนุมัติออก COE หากผู้เดินทางอัพโหลดหลักฐานการจองจากเว็บไซต์จองโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลไทย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. โครงการ Samui Plus

 

1. อะไรคือโครงการ Samui Plus?

  • เป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ครบทุกเข็มสามารถเดินทางเข้าเกาะสมุยโดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุในหน้านี้

 

2. ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้

  • คนไทยและชาวต่างชาติ
  • ผู้เดินทางจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนกัน COVID-19 ที่ได้รับการรับรองโดย World Health Organization (WHO) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ครบทุกเข็มไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางจะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน EU Digital COVID Certificate ที่ออกโดยหน่วยราชการของประเทศต้นทาง
  • บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางร่วมกับผู้ปกครองสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีน
  • ผู้เดินทางจะต้องเดินทางมาจากประเทศ/พื้นที่นำร่อง (กำหนดโดยรัฐบาลไทย โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาด และจำนวนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีน) โดยในชั้นนี้ ผู้ที่พำนัก/เดินทางจาก European Union สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ โดยต้องพำนักที่ประเทศต้นทางอย่างน้อย 21 วันก่อนการเดินทาง 
  • ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ติดเชื้อ COVID-19 ในวงเงินขั้นต่ำอย่างน้อย 100,000 USD

 

3. เงื่อนไข

  • การเดินทางไปยังเกาะสมุย
    • ผู้เดินทางต้องเดินทางโดยเที่ยวบินที่ลงจอดที่สนามบินปลายทางที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย เท่านั้น 
    • ผู้เดินทางสามารถเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ ได้ อย่างไรก็ดี ผู้เดินทางต้องตรวจสอบกับสายการบินโดยตรงเกี่ยวกับเที่ยวบินที่อนุญาตให้เดินทางไปยังเกาะสมุยโดยเที่ยวบินที่กำหนดและสามารถ check through สัมภาระไปถึงปลายทางได้ เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ตรวจสอบได้ที่นี่
  • โรงแรมที่พัก
    • วันที่ 1 - 7 :  ต้องพักในโรงแรมภายใต้มาตรฐาน Samui Extra+ ตรวจ RT-PCR ครั้งแรก และรอผลตรวจที่ห้องพัก รายชื่อโรงแรม Samui+ คลิกที่นี่
    • วันที่ 8 - 14 : พักในโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน "SHA+" และสามารถเดินทางในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า
    • ผู้เดินทางต้องมีเอกสารยืนยันการจองโรงแรมหรือที่พัก 2 แห่งคือ โรงแรมภายใต้มาตรฐาน Samui Extra+ และ "SHA+" ต้องเป็นเอกสารที่ออกโดยระบบ SHABA (SHA Plus Booking Authentication system) 
    •  
  • ตรวจ COVID-19 
    • ผู้เดินทางต้องแสดงผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง
    • เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้เดินทางจะต้องตรวจ COVID-19 รวม 3 ครั้ง 
      • ครั้งที่ 1 คือ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (วันที่ 0 หรือ 1)
      • ครั้งที่ 2 คือ วันที่ 6 หรือ 7
      • ครั้งที่ 3 คือ วันที่ 12 หรือ 13
  • การใช้ Application มือถือติดตามการเดินทาง
    • ผู้เดินทางจะต้องดาวน์โหลด Application มือถือที่กำหนดโดยรัฐบาลไทย สำหรับการติดตามการเดินทางระหว่างที่พำนักในภูเก็ต 14 วัน 

 

4. วิธีการลงทะเบียนขอ Certificate of Entry (COE)

  • ลงทะเบียนขอ COE ที่ https://coethailand.mfa.go.th อย่างน้อย 15 วันทำการ โดยต้องอัพโหลด EU Digital COVID Certificate อย่างน้อย 15 วันทำการ ก่อนวันเดินทาง โดยระบบจะออกรหัส 6 หลักให้แก่ท่านสำหรับการติดตามหนังสือรับรอง
  • กรมควบคุมโรคจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ดังนั้น ผู้เดินทางต้องแสดง EU Digital COVID Certificate ในส่วนที่มีข้อมูลส่วนตัวและ QR Code ที่ชัดเจน
  • เมื่อได้รับการอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบ COE Thailand จะส่งอีเมล แจ้งว่าท่านได้ลงทะเบียนขอหนังสือรับรองในเบื้องต้นแล้ว
  • ผู้เดินทางดำเนินการติดต่อโรงแรมมาตรฐาน SHA+ โดยโรงแรมจะต้องออกเอกสารยืนยันการจองผ่านระบบ SHABA (หรือ SHABA Certificate) และดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินที่ต้องเป็นเที่ยวบินที่ไม่มีการ transit ที่กรุงเทพฯ ผู้เดินทางต้องบินตรงจากประเทศนำร่องเท่านั้น
  • ยืนยันการเดินทางที่ https://coethailand.mfa.go.th (ปุ่มสีแดง) เพื่ออัพโหลดประกัน ตั๋วเครื่องบินและ SHABA Certificate
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ อนุมัติออก COE เมื่อตรวจสอบว่าเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่อนุมัติออก COE หากผู้เดินทางอัพโหลดหลักฐานการจองจากเว็บไซต์จองโรงแรมอย่างเดียว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รายชื่อประเทศ/พื้นที่นำร่อง

1. Albania

2. Andorra

3. Antigua and Barbuda

4. Australia

5. Austria

6. Azerbaijan

7. Bahrain

8. Barbados

9. Belgium

10. Bhutan

11. Brunei

12. Bulgaria

13. Cambodia

14. Canada

15. Chile

16. China

17. Croatia

18. Cyprus

19. Czech Republic

20. Denmark

21. Dominica

22. Estonia

23. Finland

24. France 

25. Germany

26. Greece

27. Hungary

28. Iceland

29. Ireland

30. Israel

31. Italy

32. Japan

33. Kuwait

34. Laos

35. Latvia

36. Lituania

37. Luxembourg

38. Malta

39. Mauritius

40. Monaco

41. Morocco

42. Myanmar

43. Mongolia

44. Netherlands

45. New Zealand

46. Norway

47. Poland

48. Portugal 

49. Qatar

50. Romania

51. Russia

52. San Marino

53. Serbia

54. Singapore

55. Slovakia

56. Slovenia

57. South Korea

58. Spain

59. Sweden

60. Switzerland

61. Turkey

62. Ukraine

63. UAE

64. UK

65. USA

66. Uzbekistan

67. Vietnam

68. Hong Kong*

69. Macao*

70. Taiwan*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ: ผู้เดินทางจะต้องพำนักในประเทศ/พื้นที่นำร่องอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าภูเก็ต ขอให้แสดงหลักฐานการพำนักเพื่อประกอบการพิจารณาออก COE ที่ coethailand.mfa.go.th

 

รายชื่อวัคซีน COVID-19 

ยี่ห้อวัคซีน สถานะ
AstraZeneca  รับรองโดย WHO และ อย.
Sinovac (Coronavac) รับรองโดย อย.
Johnson's and Johnson's/Janssen รับรองโดย WHO และ อย.
Moderna รับรองโดย WHO และ อย.
Sinopharm รับรองโดย WHO และ อย.
Pfizer (COMIRNATY) รับรองโดย WHO และ อย.
Serum Institute of India (Covishield) รับรองโดย WHO 

 

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้